สร้างความแตกต่างของสินค้าด้วยบรรจุภัณฑ์

ปัจจุบันนี้คนส่วนใหญ่มักจะชอบทำธุรกิจส่วนตัวมากกว่าการเป็นพนักงานเงินเดือน เพราะนอกจากจะได้เป็นนายตัวเองแล้ว ยังสามารถที่จะมีอิสระทางความคิดอีกด้วย และด้วยการตลาดที่กว้างขวางมากยิ่งขึ้น ก็ยิ่งช่วยให้พวกเขาเหล่านั้นสามารถใช้เป็นสื่อกลางในการขายแบบ World wide ได้โดยไม่ต้องลงทุนหน้าร้านแต่อย่างใดเลย

แต่หากจะทำอะไรสักอย่างหนึ่ง ในยุคนี้จะต้องอาศัยความแตกต่าง เนื่องจากสิ่งที่คนส่วนใหญ่ทำกันก็อาจจะมีซ้ำๆ เดิมๆ บ้าง คนที่ทำอะไรแปลกแหวกแนวจึงมักได้รับกระแสนิยมที่ดีในตอนแรก เพราะแปลกใหม่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากเป็นของขาย สิ่งที่จะช่วยชูโรงสร้างความแปลกใหม่ได้นั่นก็คือบรรจุภัณฑ์

บรรจุภัณฑ์

การสร้างความแตกต่างให้สินค้าของคุณด้วยบรรจุภัณฑ์ ถือเป็นอีกอย่างหนึ่งที่จะทำให้มีรายได้เข้ามาอย่างรวดเร็ว ซึ่งแน่นอนว่า คนส่วนใหญ่มักจะชื่นชอบสิ่งแปลกใหม่ไม่จำเจ ฉะนั้นเราจึงอยากแนะนำวิธีการสร้างความแตกต่างให้กับสินค้า ถึงแม้ว่าสิ่งที่อยู่ด้านในบรรจุภัณฑ์นั้นจะมีตามท้องตลาดทั่วไปแล้วก็ตาม

สิ่งแรกที่คุณควรจะคำนวณก่อนเลยคือ ทุนจะต้องไม่จมไปกับบรรจุภัณฑ์มากเกินไป เพราะถึงแม้ว่าจะมีคนชอบ แต่หากใช้ทุนสูง เมื่อมาคิดมูลค่าเพิ่มก็จะทำให้ราคาแพงเกิน นอกจากจะได้กำไรช้าแล้วยังทำให้คนเลิกสนใจซื้อของแพงได้

อันดับต่อมาคือ คุณอาจจะสร้างสรรค์บรรจุภัณฑ์ที่ถูกแต่สร้างมาเพื่อให้คนใช้ได้สะดวกขึ้น   ถ้าจะให้ยกตัวอย่างที่ชัดเจนของผู้ผลิตที่เปลี่ยนบรรจุภัณฑ์แล้วยอดขายดี ก็คงจะเป็นขมข้นหวานแบรนด์หนึ่ง ที่เคยใช้บรรจุภัณฑ์เป็นกระป๋อง แถมยังไม่มีฝาเปิดอีกด้วย ทำให้ผู้บริโภคใช้ลำบาก แต่ปัจจุบันนี้เมื่อเปลี่ยน Packaging เป็นหลอด บีบได้ ก็จะสะดวกมากยิ่งขึ้น แถมยังทำกำไรเป็นกอบเป็นกำ เพราะฉะนั้นแล้ว ของถึงแม้จะมีราคาที่แพงแต่สะดวกต่อผู้ใช้งานก็สามารถขาย แล้วจะเปรียบอะไรกับของถูก ถ้ายิ่งลงทุนถูกก็ยิ่งได้มากขึ้นไปอีก

จากการสร้างความแตกต่างของบรรจุภัณฑ์เพื่อให้สินค้าของคุณนั้นติดตลาดง่ายขึ้น เป็นแนวคิดที่ดี และปัจจุบันนี้ก็มีคนทำตามมากขึ้น ถึงขนาดออกแบบสร้างสรรค์ไปจนถึงถุงใส่สินค้า ให้มีความสวยงาม หรืออาจจะเป็นความแปลกใหม่ และการขายของแบบนี้ได้รับความนิยมในหมู่สังคมออนไลน์เป็นอย่างมาก ทำให้สามารขายออกไปได้ง่าย นอกจากจะทำให้ลูกค้าเข้าถึงสินค้าได้แล้วก็ยังสามารถขายให้กับใครก็ได้ในโลกออนไลน์ เพียงแค่ลงมือคิดสร้างสรรค์แล้วทำเลย ก็ถือว่าคุณได้ประสบความสำเร็จแล้ว!!!

นวดแผนโบราณ ดีต่อร่างกายไหม

ศาสตร์หนึ่งของประเทศไทยที่มีชื่อเสียงและอยู่เคียงข้างชาวไทยมาอย่างยาวนาน นั่นก็คือ “ศาสตร์แห่งการนวดแผนโบราณ” ซึ่งสำหรับการนวดนี้ถือว่าเป็นสิ่งที่หลายๆคนชอบมาก โดยเฉพาะคนสูงอายุ นักท่องเที่ยว และผู้ที่ต้องการผ่อนคลายเชื่อกันว่าศิลปะศาสตร์การนวดแผนโบราณของคนไทยนั้นมีความยอดนิยมและดีมากในการที่จะช่วยผ่อนคลายความเมื่อยล้าและเพิ่มความสบายให้แก่ร่างกาย ซึ่งเป็นอีกหนึ่งภูมิปัญญาที่มีการสืบทอดมาแต่โบราณและได้รับการยอมรับจากทั้งในประเทศและต่างประเทศถึงประโยชน์ในการนวดแผนโบราณ บทความนี้จึงอยากจะข้อเสนอประโยชน์ของการนวดแผนโบราณ เรามาตรวจสอบกับดีกว่าค่ะว่ามีผลดีต่อร่างกายอย่างไรบ้าง  มาเริ่มกันที่ประโยชน์หรือข้อดีในการนวดกันก่อนดีกว่าค่ะ

1 สำหรับประโยชน์ของการนวดแผนโบราณก็คือจะช่วยให้ระบบของร่างกายทำงานเป็นปกติ

เมื่อร่างกายของคนเรานั้นถูกสัมผัสอย่างอบอุ่นด้วยการนวด จะทำให้อวัยวะต่าง ๆ ได้มีการเคลื่อนไหว ระบบต่าง ๆ ภายในร่างกายก็จะทำงานได้ดี รวมทั้งระบบย่อยอาหารก็จะดีตามไปด้วย ซึ่งจะทำให้เกิดอาการอยากอาหารมากขึ้น และขับถ่ายได้ดียิ่งขึ้น รวมไปถึงจะทำให้ผิวพรรณดูเปล่งปลั่งงดงาม และมีสุขภาพจิตที่ดีสดใสขึ้นอีกด้วย

2 การนวดนั้นจะทำให้รู้สึกผ่อนคลายเหมือนได้พักผ่อน

การนวดนั้นจะสร้างความผ่อนคลาย ทำให้สมองก็รู้สึกผ่อนคลาย มีอารมณ์ที่สงบ  จนบางครั้งอาจจะทำให้สบายจนเกิดอาการง่วงเหงาหาวนอน และหลับพักผ่อนไปได้อย่างสบาย

3 การนวดนั้นช่วยในทางการแพทย์ในการบำบัดรักษาโรคต่างๆได้

การนวดจะช่วยรักษาโรค เช่น โรคหัวใจ ปวดศีรษะเรื้อรัง  ความดันโลหิตสูง และโรคอื่นๆอีกมากมาย ซึ่งในการนวดในการรักษาโรคแบบนี้ผู้นวดควรจะมีความเชี่ยวชาญในด้านการรักษาโรคหรืออยู่ในการควบคุมดูแลของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้วย

4 การนวด จะทำให้ผิวหนังจะถูกกระตุ้นให้ทำงาน

ต่อมเหงื่อและต่อมไขมันที่ผิวหนังทำงานผลิตน้ำมันออกมาหล่อเลี้ยงผิวได้ดียิ่งขึ้น

5 ช่วยลดอาการปวดของกล้ามเนื้อ

โดยเฉพาะผู้ที่มีการใช้ร่างกายผิดท่าเป็นเวลานานเช่นพนักงานบริษัทที่ต้องนั่งท่าเดิมๆเป็นเวลานาน จะมีอาการปวดหลัง ปวดไหลและต้นคอ ซึ่งในบางรายจะปวดจนเป็นก้อนซึ่งนั้นเป็นสาเหตุของอาการปวดจำเป็นที่ต้องทำการนวดเพื่อสลายและคลายกล้ามเนื้อเพื่อลดอาการเหล่านี้

การนวดแผนโบราณสามารถช่วยผ่อนคลายและลดอาการบาดเจ็บจากการนั่งทำงานเป็นเวลานานๆ ดังนั้นถ้าเราอยากจะลองนวดแผนโบราณ ก็ควรจะนวดในระยะเวลาความถี่ที่เหมาะสม โดยควรจะนวดในเวลาที่ปวดเมื่อยหรือเป็นโรคที่จะต้องใช้การนวดรักษาจริงๆเท่านั้น ไม่ควรจะนวดบ่อยเกินไปหรือติดกันเกินไป เพราะการนวดที่มากไปก็อาจจะส่งผลเสียตามตามมา

ควรล้างหน้าบ่อยแค่ไหน

ใบหน้าที่เปล่งปลั่งและใสสะอาด เป็นสิ่งที่ผู้หญิงหรือแม้กระทั่งผู้ชายทุกคนพึงปรารถนา แต่จะทำอย่างไรให้ใบหน้าของเราดูเปล่งปลั่งใสสะอาดและมีออร่าตลอดเวลาละ  ง่ายๆเลยสิ่งสำคัญที่มีผลต่อใบหน้านั้นนั่นก็คือการล้างหน้านั่นเอง ทุกวันนี้ใบหน้าของคนเราต้องพบเจอกับมลภาวะที่ทำลายผิวหน้าเราในทุกๆวัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งคนที่จะต้องออกไปทำงานนอกสถานที่อยู่บ่อยๆหรือผู้หญิงอย่างเราที่จะต้องแต่งหน้าเพื่ออำพรางหน้าสดทุกวัน  เพราะฉะนั้นเมื่อลับมาบ้านแล้ว สิ่งแรกที่ควรทำก็คือการล้างหน้า  แต่จะล้างหน้ายังไงให้ถูกวิธีและสะอาดและควรล้างหน้าบ่อยแค่ไหนกันละ มาดูคำตอบกันเลย

การล้างหน้าที่ดีนั้น ควรจะล้างเพียงวันละ2ครั้งก็เพียงพอ นั่นก็คือเวลาตื่นในตอนเช้าและตอนเย็นเมื่ออาบน้ำหรือกลับมาถึงบ้านเท่านั้น เพราะเมื่อถ้าเราล้างหน้าบ่อยเกินไปจะทำให้เกิดผิวแห้งและลอกได้ ขาดความชุ่มชื้นได้ นอกจากว่าการที่เราไปทำกิจกรรมที่พบกับสิ่งที่สกปรกมากจริงๆ เช่นการเล่นกีฬาติดต่อกันมาก หรือเข้าค่ายที่พบเจอกับฝุ่นมากๆมา ก็สามารถเพิ่มรอบในการล้างหน้าเพื่อความสะอาดของใบหน้าได้ และการล้างหน้าที่ดีนั้นควรล้างหน้าโดยไม่ใช้น้ำที่เย็นหรืออุ่นมากไป เพราะน้ำอุ่นจะทำให้ผิวแห้งและกระตุ้นให้ผิวหนังเกิดอาการเหี่ยวย่นได้เร็วกว่าวัย  และน้ำเย็นอาจจะส่งผลที่ไม่ดีต่อเส้นเลือดได้ และการใช้สบู่ล้างหน้าก็ควรจะใช้สบู่ที่อ่อนๆ อ่อนโยนต่อผิว เพื่อไม่ให้เป็นการทำร้ายผิวมากเกินไป ควรหลีกเลี่ยงการใช้โฟมล้างหน้าหรือสบู่ล้างหน้าที่มีสารเคมีรุนแรงเพราะจะเป็นการรบกวนผิวมากไปและอาจจะส่งผลต่อผิวได้ในอนาคต  และเมื่อเสร็จจากการล้างหน้าแล้วก็ควรจะเช็ดหน้าให้แห้งและสะอาดด้วยผ้าที่นุ่มและสะอาด เพื่อสุขภาพผิวหน้าที่ดี ไม่ควรเช็ดหน้าแรงเกินไปเพราะนั่นจะเป็นการทำลายผิวซึ่งจะส่งผลให้ผิวหยาบขึ้นมาได้

อีกประการหนึ่งเลยคือเรื่องของการล้างหน้าจากการแต่งหน้าของผู้หญิงอย่างเรา แน่นอนว่าเครื่องสำอางที่ใช้ในการแต่งหน้าย่อมมีสารเคมีและอุดคันบนผิวหน้าเรา ดังนั้นในแต่ละครั้งที่ล้างหน้าเพื่อลบเครื่องสำอางควรจะใช้ Make up remover เช็ดให้เครื่องสำอางออกจากใบหน้าให้หมดจดก่อน แล้วค่อยตามด้วยการใช่สบู่อ่อนๆล้างหน้าให้สะอาดอีกครั้งหนึ่ง การที่ล้างเครื่องสำอางไม่สะอาดอาจจะส่งผลให้ผิวดีแก่ก่อนวัยและเกิดสิวขึ้นใบหน้าได้ง่าย

เมื่อรู้ความถี่ในการล้างหน้าที่เหมาะสมและวิธีการในการล้างหน้าให้สะอาดแล้ว ก็ควรจะปฏิบัติให้เป็นชีวิตประจำวัน เพื่อสุขภาพผิวหน้าที่ดี จนบางทีเราอาจจะมีใบหน้าสดที่สวยสดใสโดยไม่ต้องพึ่งMake upเลยก็เป็นได้

ทำไมห้ามกินแล้วนอนเลย

เชื่อว่าหลายคนน่าจะเคยถูกผู้ใหญ่บอกว่า เวลาที่กินอาหารเสร็จใหม่ๆ ห้ามนอนเลยทันที ให้เดิน หรือนั่งให้ย่อยก่อนซักพัก และก็เชื่อว่าหลายคนอาจจะมีความสงสัยในคำสอนเหล่านี้พอสมควรว่า เพราะเหตุใดถึงต้องมีการห้าม และการนอนทันทีหลังจากกินอาหารอิ่ม จะส่งผลอย่างไรกับเรา ด้วยความสงใส เราจึงได้ไปหาคำตอบมาให้คุณแล้วว่าผลของการนอนทันที หลังกินอิ่มมีอะไรบ้าง มาดูกันเลยดีกว่า

กินแล้วนอนจะทำให้อ้วน
นั่นเป็น เพราะว่าร่างกายของเรายังทำการย่อยอาหารได้ไม่สมบูรณ์เลย แถมยังไม่มีการเผาผลาญอาหารเหล่านั้นให้เป็นพลังงานด้วย เพราะการนอนเป็นขั้นตอนที่ร่างกายของเราจะใช้พลังงานน้อยที่สุด เมื่อกินเสร็จแล้วนอนทันที ร่างกายแทบจะไม่มีการนำเอาพลังงานมาใช้ ส่งผลให้น้ำตาลที่ได้จากการกินอาหาร แทนที่จะเปลี่ยนเป็นพลังงานกลับต้องถูกเปลี่ยนไปเป็นไขมันแทน

กินแล้วนอนเสี่ยงกรดไหลย้อน
สาเหตุของอาการกรดไหลย้อนนั้น มีอยู่มากมาย แต่ที่เห็นเป็นกันบ่อยๆ อีกหนึ่งสาเหตุก็คือ การกินเสร็จแล้วเอนหลังนอนเลยนี่และ เพราะว่าการย่อยอาหารของกระเพาะยังทำไม่เสร็จเลย ร่างกายของเรายังคงสร้างน้ำย่อยขึ้นมาเพื่อย่อยอาหารเป็นจำนวนมาก เมื่อเรานอนเลย จะทำให้กรดจากน้ำย่อยเหล่านั้น เอ่อล้นจากกระเพาะ ทำให้แสบร้อนที่ช่วงอกได้

กินแล้วนอนทำให้ท้องอืดได้
นอกจากภาวะกรดไหลย้อนแล้ว สำหรับหลายคนที่ชอบกินอาหารเสร็จแล้วนอนเลย มักจะต้องเจอกับภาวะท้องอืดเป็นประจำ เพราะว่าในขณะที่เรานอนหลังจากที่รับประทานอาหารเสร็จใหม่ๆ เป็นช่วงที่ร่างกายควรจะทำการย่อยอาหารอย่างเต็มที่ เมื่อเรานอน ก็เหมือนกับการปิดสวิตท์ของร่างกาย ทำให้การย่อยทำได้ไม่เต็มที่ ส่งผลให้มีอาหารหลงเหลือในกระเพาะมาก และเกิดการหมกหมมโดยความร้อนในร่างกาย ก่อให้เกิดแก็สส่วนเกินในกระเพาะ จนทำให้รู้สึกอึดอัดได้

กินแล้วนอนทำให้นอนไม่หลับ
ถ้าคุณสังเกตร่างกายของตัวเองบ่อยๆ จะพบว่า เมื่อกินอาหารเสร็จใหม่ๆ ตัวของเราจะมีอุณหภูมิสูงขึ้นเล็กน้อย เนื่องจากร่างกายกำลังทำการเร่ง เพื่อการย่อยอาหาร และเปลี่ยนอาหารให้เป็นพลังงาน เมื่อเรานอนทันที ด้วยความร้อน และการย่อยที่ทำให้เกิดแก๊ส ภายในร่างกาย จะทำให้รู้สึกอึดอัด จนนอนไม่หลับกันเลยทีเดียว

ถึงแม้ว่าการกินแล้วนอน จะไม่ได้ส่งผลที่อันตรายมากต่อร่างกาย แต่หากปล่อยไว้นานๆ ผลเสียเล็กๆ น้อยๆ เหล่านี้จะค่อยๆ สะสมในร่างกาย จนส่งผลกระทบกับร่างกายโดยรวม โดยเฉพาะอย่างยิ่งระบบกระเพาะ และการย่อยอาหาร ที่ต้องทำงานหนักอย่างผิดปกติ จากการถูกกดทับขณะเรานอนด้วยแล้วอาจจะเป็นปัญหาได้ในภายหลัง ดังนั้น หลังกินอาหารควรหากิจกรรมต่างๆทำอย่างน้อย 2-3 ชั่วโมง เพื่อให้อาหารถูกย่อยจนหมด แล้วค่อยเข้านอน น่าจะดีกว่ากับสุขภาพของคุณ